one day trip ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์เมืองสุพรรณบุรี (พระพุทธรูปแกะสลักภูผาที่ใหญ่ที่สุดในโลก, พระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก),

Last updated: 2020-09-11  |  2924 จำนวนผู้เข้าชม  | 

one day trip ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์เมืองสุพรรณบุรี (พระพุทธรูปแกะสลักภูผาที่ใหญ่ที่สุดในโลก, พระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก),

one day trip ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์เมืองสุพรรณบุรี

        จังหวัดสุพรรณบุรี แม้ว่าจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่คนนิยมมาเที่ยวเท่าไหร่ แต่สุพรรณบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่นัก ซึ่งสามารถเดินทางมาเที่ยวสุพรรณบุรีได้ง่ายด้วยการใช้เวลาเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น จุดเด่นของสุพรรณบุรีนั้นก็คือถนนหนทางในสุพรรณบุรีนับว่าดีมากค่ะถือว่าเป็นจังหวัดที่มีถนนที่ดีที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ หากแม้สถานที่ท่องเที่ยวยังน้อย แต่สุรรณบุรีนั้นมีความอลังการของขององค์พระองค์ใหญ่หลายวัดมากทีเดียว อีกทั้งขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ด้วยค่ะ เห็นทีแบบนี้ฟูก็ต้องขอแวะมาตะเวนไหว้ทำบุญเชิงเที่ยวเมืองสุพรรณกันไปด้วยกันดีกว่าแบบ one day trip กันไปเลย

          ฟูเดินทางจากกรุงเทพเข้าอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจุดหมายแรกที่ฟูไปนั้นคือ จะไหว้พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ ที่ตั้งอยู่บนอำเภออู่ทอง สามารถหาพิกัด GPS ได้ตาม google map ได้เลยค่ะ โดยหาคำว่า พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือ Bhutsaya khiri Suvarnabhumi (หรือกดลิ้งตามนี้ได้เลย) ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ

          เมื่อฟูใกล้ถึงพระพุทธรูปดังกล่าวแล้ว ยิ่งใกล้ถึงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ขององค์พระพุทธรูปมากเท่านั้น เราสามารถเห็นองค์พระได้จากที่ไกล ๆ เลยนะคะ

เมื่อถึงแล้วก็ต้องแวะถ่ายรูปด้านหน้ากันสักหน่อย



          พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา บนหน้าผา “ผามังกรบิน” ณ พุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี วัดเขาทำเทียม อำเภออู่ทอง หรือเราอาจจะเรียกสั้น ๆ ว่า หลวงพ่ออู่ทอง บริเวณนี้เป็นเคยเป็นดินแดนที่พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย เคยส่งพระธรรมฑูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยพระโสณะและพระอุตตรเถระได้เข้ามาดินแดนสุววณภูมิแห่งนี้ โดยชื่อ “ปุษยคีรี” เป็นชื่อที่ปรากฎในจารึกศิลา “ปุษยคีรี” และธรรมจักรบนยอดเสาอโศก ที่ใกล้กับวัดเขาทำเทียม

          องค์หลวงพ่ออู่ทองนั้นจะมีความสูง 108 เมตร ฐานกว้าง 8 เมตร หน้าตักกว้าง 65 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพระพุทธรูปแกะสลักภูผาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งในขณะก่อสร้างหล่อองค์พระนั้น ยังมีความมหัศจจรย์เกิดพระอาทิตย์ทรงกลตด้วยนะคะ นับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว



          การไหว้พระที่นี้ก็เริ่มต้นด้วยการไหว้จากด้านหน้าองค์พระก่อน แต่ยิ่งเดินเข้าใกล้ตัวองค์พระมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความงดงามมากเหลือเกิน ยิ่งใกล้ยิ่งสวยก็ว่าได้



          เมื่อเราไหว้ทางด้านหน้าองค์พระกันแล้ว เราก็เดินทางแท่งสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะเข้าไปภายในอุโมงค์ของผามังกรแห่งนี้



          ภายในอุงโมงค์ผามังกรบิน ก็จะมีพระพุทธรูปมากมายที่ให้เรากราบไหว้สักการะและทำบุญกันค่ะ



          เมื่อฟูไหว้หลวงพ่ออู่ทองเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ฟูจะเดินทางไปไหว้ฤาษีที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ อุทยานพระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นองค์ปู่ฤาษีนารอดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน

          สำหรับการเดินทางไปยังอุทยานพระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถหาพิกัดได้จาก google map ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งห่างจากพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ ประมาณ 10 กิโลเมตรเท่านั้น หรือใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาทีเท่านั้น โดยสามาถหาได้โดยพิมชื่อ อุทยานพระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก หรือตามพิกัดลิ้งนี้ ได้เลยค่ะ

     ระหว่างทางก็จะผ่านวิวภูเขาเรียงรายสวยงามมากมาย รวมถึงเห็นองค์พระหลายองค์ที่ใหญ่โตระหว่างทางหลายสถานที่เช่นกัน

          อุทยานพระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สำหรับใครที่มีความศรัทธาพ่อแก่ปู่ฤาษี สามารถเดินทางมาสักการะไหว้ปู่ฤาษีขอพร โดยก่อนที่จะเดินไปไหว้ปู่ฤาษีนารอดนั้น ก็แวะไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ข้างหน้าก่อนนะคะ ซึ่งมีองค์พระพุทธรูปมากมาย รวมถึงพญานาคด้วยค่ะ



          หลังจากนั้น เราก็จะเห็นทางเข้าเพื่อไปไหว้ปู่ฤาษีนารอดกัน โดยต้องเดินผ่านทางเข้าเสือเพื่อที่จะเดินเข้าไปยังข้างใน



          พระฤาษีนารอด เป็นครูของฤาษีทั้งปวง ทรงกำเนิดจากเศียรที่ 5 ของพระพรมธาดา ทางเพศเป็นฤาษี พระฤาษีนารอดถือว่าเป็นฤาษีองค์แรกของไตรภูมิ ซึ่งนับว่าเป็นผู้หยั่งรู้ในสามโลก เชี่ยวชาญด้านดนตรี สมุนไพร พระเวทอาคมต่าง ๆ โดยผู้ที่บูชานั้นจะเกิดความสิริมงคลด้านเจริญก้าวหน้าในด้านการงาน มีเสน่ห์เมตตามหานิยม



          สำหรับเราสามารถไหว้พระฤาษีนารอดด้วยชุดบูชาท่านจากที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้เราได้เลยค่ะ ส่วนสำหรับใครต้องการบนบานสิ่งที่ต้องการ สามารถบนบานพระฤาษีนารอดได้ด้วยประทัด



          เมื่อฟูอิ่มบุญไหว้พระฤาษีนารอดกันแล้ว ถึงเวลาหิวข้าวพอดีก็เดินทางไปกินข้าวที่ร้านอาหารนพรัตน์ ซึ่งอยู่ด้านหน้าวัดป่าเลไลย์วรวิหารเลยค่ะ แต่เป็นฝั่งตรงข้ามถนนใหญ่ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที สามารถหาพิกัดวัดป่าเลไลย์วรวิหารได้ที่ google map ได้เช่นกัน หรือตามพิกัดนี้ได้เลยค่ะ

          ร้านอาหารนพรัตน์ เป็นร้านที่คิวแน่นเอียดด้วยผู้คนแวะมาลิ้มลองอาหารเป็นจำนวนมาก กว่าจะได้คิวนี้และเอาฟูรอจนเมื่อยเลยค่ะ

      ร้านอาหารนพรัตน์ เป็นร้านที่ค่อนข้างขึ้นชื่อเช่นกัน และมีเมนูที่หลากหลายรวมทั้งอาหารทะเล เช่น กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เลยทีเดียว แต่สำหรับส่วนตัวแล้วฟูคิดว่ารสชาติอาหารยังอยู่ปานกลางนิดหนี่ง ถ้าฟูให้คะแนนก็ประมาณ 7 เต็ม 10 รสชาติอาจจะไม่ได้จัดจ้านเท่าไหร่ เนื่องจากอาจเป็นร้านอาหารแนวคนจีนก็ว่าได้ค่ะ

        อิ่มกันแล้วก็ไปไหว้พระต่อที่ วัดป่าเลไลย์วรวิหาร กันเลย เพียงกลับรถมาอีกฝั่งหนึ่ง ก็ถึงวัดป่าเลไลย์วรวิหาร กันแล้วค่ะ หรือพิกัดวัดป่าเลไลย์วรวิหารคลิกที่นี่



          วัดป่าเลไลย์วรวิหาร วัดเก่าแก่ในสุพรรณบุรี อยู่ในถนนมาลัยแมน ต.รั่วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี วัดแห่งนี้จะมีเรื่องราวของขุนช้าง-ขุนแผน ที่เป็นภาพจิตรกรรมภาพฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเลยค่ะ โดยเราสามารถเดินชมภาพจิตกรรมฝาผนังได้ตลอดแนวทางเดินเลย

เวลาเปิดปิด : 8.00-17.00 น.

         นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่กว่าพันปีที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั่นคือ “หลวงพ่อโตปางป่าเลไลยก์” ที่เลื่องชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อขาว ณ โบสถ์มหาอุตม์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว รวมถึงเรือนขุนช้าง ซึ่งวัดแห่งนี้มีหลายจุดที่มีพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก และเรื่องราววัดแห่งนี้ค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งติดตามอ่านเรื่องราววัดป่าเลไลย์วรวิหาร รวมถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องอะไรสามารถอ่านต่อเนื่องโดยคลิกต่อได้ที่นี่เลยค่ะ



          ฟูใช้เวลานานถึงทีเดียวเป็น 1-2 ชั่วโมง ในการไหว้พระ ณ วัดป่าเลไลย์วรวิหาร ไหน ๆ แล้วฟูได้เดินดูเรือนขุนช้างแล้ว ฟูจะพาไปต่อที่คุ้มขุนแผนค่ะ รวมถึงมีรูปปั้นของนางวันทอง และขุนแผนในโบสถ์มหาอุตม์ที่เป็นโบสถ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน ที่วัดแค สุพรรณบุรี ค่ะ (พิกัดวัดแคคลิกที่นี่)

          หากได้ยินเรื่องราวเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ซึ่งเป็นเรื่องราวในวรรณคดีมาช้านาน ณ สถานที่แห่งนี้ก็เป็นวัดที่มีเรื่องราวของขุนแผน ซึ่งวัดแห่งนี้จะมีคุ้มขุนแผน ซึ่งเป็นบ้านของขุนแผนนั่นเอง


          เมื่อเราเดินเข้าไปเพื่อไปยังโบสถ์มหาอุตม์ เราจะผ่านต้นมะขามใหญ่ในวัดแค ซึ่งฟูรู้สึกว่าต้นมะขามนี้มีความแปลกแต่สวยงาม โดยการแตกกิ่งก้านคล้ายเป็นกล่อง เป็นห้องรอบพระพุทธรูปเอาไว้ โดยรอบวงต้นไม้นี้ประมาณ 10 เมตร สูง 15 เมตร โดยมีความเชื่อว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามต้นนี้ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากขรัวตาคง



          เมื่อเดินผ่านต้นมะขามใหญ่ในวัดแค จะเห็นโบสถ์มหาอุตม์ ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ช่องทางออกดียว ไม่มีหน้าต่าง ส่วนใหญ่แล้วโบสถ์มหาอุตม์ ผู้หญิงจะไม่สามารถเข้าได้ แต่ที่วัดแค สุพรรณบุรีนี้ ผู้หญิงสามารถเข้าโบสถ์มหาอุตม์ได้ ซึ่งหายากมากในประเทศไทย ตามความเชื่อในสมัยโบราณ โบสถ์มหาอุตม์ จะเป็นสถานที่ถ่ายทอดหรือปลุกเสกเครื่องรางของขลัง โบสถ์มหาอุตม์จึงมีความขลังและศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว และมีความเชื่อกันว่าการเข้าไปยังโบสถ์มหาอุตม์นั้นจะช่วยล้างอาถรรพณ์ คุณไสย ของไม่ดี หรือมีวิญญาณที่ไม่ดีติดตามตัวเรามา รวมถึงครอบคลุมพุทธคุณทั้งหลาย แก้ดวงตกอีกด้วย


          ณ โบสถ์มหาอุตม์แห่งนี้ จะมีพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ และรูปหล่อขุนแผน พรายทองคำ และนางวันทองด้วยเช่นกัน

             น่าแปลกตรงที่นอกจากองค์พระพุทธรูปแล้ว คนนิยมมาไหว้พรายทองคำ และนางวันทองเช่นกัน จะเห็นได้จากมีของเล่นมาถวาย และน้ำอบสมุนไพรมากทีเดียว จนโบสถ์แห่งนี้หอมไปด้วยน้ำอบ จนเกิดคำถามที่ว่า วรรณคดีที่แต่งขึ้นเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เป็นเพียงวรรณคดีที่แต่งขึ้น หรือเป็นเรื่องราวที่แต่งอิงมาจากเรื่องจริง? เพราะ ณ เมืองสุพรรณแห่งนี้ต่างมีสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้างกับขุนช้าง ขุนแผน และสร้างเหมือนให้มีตัวตนจริงขึ้นมา แต่อย่างไรนั้นคำถามนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่าเราได้อะไรจากเรื่องราวของขุนช้าง ขุนแผน และเราควรใช้ชีวิตแบบไหนมากกว่า เพราะ

       “คุณค่าของตัวเราไม่ได้มีใครกำหนดขึ้น แต่มันมาจากการใช้ชีวิตของเราเองทั้งนั้น”

       และเรื่องนี้ทำให้ได้แง่คิดว่า “ความอยากมักทำให้เกิดปัญหาเสมอ ไม่มีความอยาก ปัญหาจะไม่เกิด” นั่นคือความอยากได้ อยากมี อยากเป็น

          ก่อนจะกลับฟูอยากให้แวะไปไหว้ขรัวตาคง ที่เป็นรูปหล่อนั่งบนหลังต่อ ขรัวตาคงนับว่าเป็นพระเกจิชื่อดังที่มีวิชาอาคมแกร่งกล้า ที่มีตัวตนจริง ๆ และบ้างเชื่อว่าเป็นหลวงตาที่สอนวิชาให้กับขุนแผน โดยหาใครมาตรงนี้ก็ควรไหว้ขรัวตาคง และอธิษฐานขอพร โดยวีธีขอพรนั้นคือการโน้มศรีษะลงแตะหน้าผากตัวต่อ แล้วอธิษฐานขอพรในเรื่องความสำเร็จหน้าที่การงาน ธุรกิจการค้า รวมถึงสุขภาพได้เลยค่ะ

เวลาเปิดปิดวัดแค : 9.00-17.00 น.

ขุนช้างขุนแผนมีจริงไหม? ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และวัดแคสุพรรณบุรีคลิกที่นี่

เที่ยวสุพรรณวันเดียว pantip เที่ยวสุพรรณ 1 วัน เที่ยวสุพรรณ pantip เที่ยวสุพรรณ อู่ทอง รีวิว เที่ยว สุพรรณ รีวิว สุพรรณบุรี pantip รีวิว เที่ยว สุพรรณบุรี pantip เที่ยวสุพรรณ one day trip เที่ยวสุพรรณ unseen แผนที่ เที่ยว สุพรรณ 1 วัน เที่ยว สุพรรณ pantip 1 วัน โปรแกรม เที่ยว สุพรรณ 1 วัน เที่ยว 1 วัน สุพรรณบุรี เที่ยว 9 วัด สุพรรณบุรี เที่ยวสุพรรณบุรี pantip เที่ยวสุพรรณบุรี 1 วัน pantip เที่ยวสุพรรณบุรีวันเดียว เที่ยวสุพรรณบุรี 1 วัน เที่ยวสุพรรณบุรี pantip 2020 เที่ยว วัด สุพรรณบุรี 1 วัน เที่ยว สุพรรณบุรี 9 วัด พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ pantip พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือ หลวงพ่ออู่ทอง พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ วัดเขาทําเทียม พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา) อําเภอ อู่ทอง สุพรรณบุรี พระฤาษีองค์ใหญ่ที่สุดในโลก วัดแค สุพรรณบุรี วัดป่าเลไลย์วรวิหาร คุ้มขุนแผน
Powered by MakeWebEasy.com