รีวิวเที่ยวเกียวโต : เที่ยวจัดแน่นเต็มวัน

Last updated: 2020-06-08  |  2759 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รีวิวเที่ยวเกียวโต : เที่ยวจัดแน่นเต็มวัน

รีวิวเที่ยวเกียวโต : เที่ยวจัดแน่นเต็มวัน

 

 
      เกียวโตเป็นเมืองใกล้โอซาก้าค่ะ หากใครไม่ต้องการพักที่เกียวโต ก็สามารถพักที่โอซาก้าได้เช่นกัน หากมาเที่ยวเกียวโตสามารถเดินทางมาเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับจากโอซาก้า โดยเราสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็น (Tokaido-Sanyo Shinkansen) จากสถานี Shin-Osaka ไปลงสถานีเกียวโต ขึ้นได้เฉพาะขบวนฮิคาริ (Hikari) และโคดามะ (Kodama) เท่านั้น ถ้าขบวนโนโซมิ (Nosomi) ไม่สามารถขึ้นได้ ใช้เวลาเพียง 15 นาที ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,070 เยน หรือหากขึ้นจากสถานี Osaka Station ใช้เวลาประมาณ 29 นาที ค่าใช้จ่าย 570 เยน แต่ถ้าเรามีบัตร JR Kansai Wild pass ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้นะคะ

- นี่ค่ะเราก็มาถึงสถานีเกียวโตกันแล้วนะคะ


สถานีเกียวโต (Kyoto Station) เป็นสถานีที่ค่อนข้างใหญ่มากทีเดียวนะคะ สถานีนี้จะมีคนค่อนข้างพลุ่นพล่านมากทีเดียว 


   

 

   ฟูก็แวะซื้อตั๋วสำหรับนั่งรถบัสแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งก่อนะคะ หากใครวางแผนที่จะขึ้นรถบัสในเกียวโตมากกว่า 3 ครั้ง บัตรนี้ก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ ซึ่งมีราคาบัตร 600 เยนใน 1 วัน สามารถหากซื้อได้ที่ Tourist Information ซึ่งอยู่บริเวณด้านนอกสถานีเกียวโตค่ะ ใกล้จุดขึ้นป้ายรถบัส

      เกียวโต (Kyoto) เมืองขึ้นชื่อด้านศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริงค่ะ และถือเป็นเมืองแหล่งมรดกโลกของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุที่ยังคงความเก่าแก่โบราณและยังคงรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น อีกทั้งเกียวโตยังมีความสวยงามด้านธรรมชาติ ทำให้เกียวโตเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางด้วยมนต์เสน่ห์ที่แตกต่างและประทับใจค่ะ

-  ที่แรกที่ฟูจะพาไป คือ Arashiyama Bomboo Forest (ป่าไผ่) ทำไมฟูถึงพามาที่นี้ก่อนอันดับแรกเหรอค่ะ เหตุผลเดียวเลย ช่วงเช้าๆคนยังน้อยอยู่ค่ะ ถ่ายรูปสวยๆได้ชิวๆไปเลย

      ป่าไผ่ Arashiyama Bomboo Forest อย่างตะวันตกของเมืองเกียวโต ซึ่งมีอีกชื่อว่า Sagano Bamboo Forest เป็นทางเดินป่าไผ่เลียบเชิงเขาที่อยู่ข้างหลังวัดเท็นริวจิ (Tenryu-Ji Temple) โดยได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยค่ะ โดยสามารถนั่งรถไฟ JR San-in Line จากสถานีเกียวโต มาลงสถานี Saga-Arashiyama เพียง 17 นาทีเท่านั้นค่ะ ถ้าไม่มีบัตร JR จะเสียค่าใช้จ่าย 240 เยนค่ะ แต่พอดีฟูใช้ JR Kansai Wild pass ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายนี้ค่ะ

-   ตอนนี้ฟูก็มาอยู่สถานี Saga-Arashiyama กันแล้วนะคะ

 

เราก็เดินไปยังฝั่ง South Gate นะคะ 


นี่ฟูออกมาจาก สถานี Saga-Arashiyama กันแล้ว

ฝั่งขวามือจะเป็น สถานี Saka Torokko Station ค่ะ หากใครต้องการมานั่งรถไฟสายโรแมนติกก็สามารถมานั่งที่สถานีนี้ได้ค่ะ 

ฟูเดินผ่านสถานี Saka Torokko Station เพื่อจะเดินไปยังป่าไผ่กันนะคะ

ระหว่างทางเดินไปป่าไผ่ค่ะ

มีร้านอาหารขายด้วยค่ะ

        ป่าไผ่ Arashiyama Bomboo Forest มีระยะทางห่างจากสถานี 850 เมตร ใช้เวลาอีกประมาณ 11 นาทีค่ะ ตามมากันเลย

        นี่เราก็ถึงป่าไผ่ Arashiyama Bomboo Forest กันแล้วนะค่ะ ฟูจะแวะถ่ายรูปสวยๆสักแปปบริเวณนี้ (รีวิวมุมสวยๆจากป่าไผ่ Arashiyama Bomboo Forest)

  หลังจากนั้นฟูก็เดินผ่านป่าไผ่ไปยังไปวัดเท็นริวจิ (Tenryu-Ji Temple) กันต่อเลยค่ะ ซึ่งอยู่ใกล้ๆนี่เอง

นี่คือจุดด้านหลังของวัดเท็นริวจิ (Tenryu-Ji Temple)



     วัดเท็นริวจิ (Tenryu-Ji Temple) เป็นหนึ่งใน 5 วัดที่สำคัญที่สุดของนิกายเซนค่ะ และยังได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1994 อีกด้วยค่ะ ในฐานะส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เคียวโตะโบราณ และถือได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ตั้งแต่ 1339 โดยเคยเป็นที่พักแประพระราชฐานขององค์จักรพรรดิค่ะ  (รีวิววัดเท็นริวจิแบบจัดเต็ม)

 แวะซื้อตั๋วกันก่อนค่ะ โดยมีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 500 เยนค่ะ

เราก็จะเดินผ่านสวนกันนะคะ

 



จุดนี้เป็นบริเวณไฮไลท์เลยค่ะ

 

 สวยมากๆเลยค่ะ 

         


 

เดินต่อไปเรื่อยๆใกล้บริเวณหน้าวัดค่ะ มีสวนสวยๆกันอีกก

 นี่เราก็ออกมาทางด้านหน้าวัดเท็นริวจิกันแล้ว   

จุดนี้เป็นขายตั๋วบริเวณหน้าวัดเท็นริวจิอีกด้านค่ะ

หลังจากที่เราเข้าชมวัดเท็นริวจิเรียบร้อยแล้ว เดินไปเรื่อยๆ

แวะถ่ายรูปมุมสวยๆสักแปป

     
     ฟูจะพาไปชม Togetsu-kyo Bridge (สะพานโทเง็ตสึเคียว) ซึ่งสามารถเดินจากวัดเท็นริวจิได้เลยเพียง 600 เมตรเท่านั้นค่ะ


     ระหว่างทางไปสะพานโทเง็ตสึเคียว เราก็จะเห็นร้านอาหารมากมายเลยค่ะ สามารถแวะพักกินข้าวกันที่นี้ได้เลย


ด้านหลังจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟค่ะ


เดินต่อไปเรื่อยๆผ่านร้านค้า ร้านอาหารไปยังสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) กันเลย 

        สะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Moon Crossing Bridge ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยเฮอันช่วงค.ศ. 794-1185 ซึ่งเป็นสะพานยอดนิยมที่คนมักจะเดินแวะเวียนมาชมแบบชิวๆค่ะ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลฮานามิหรือฤดูชมซากุระ นับว่าเป็นอีกสะพานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เลยทีเดียวค่ะ สะพานแห่งนี้มีจุดชมวิวภาพประทับใจโดยมีเบื้องหลังเป็นภูเขาสูงและข้างล่างเป็นแม่น้ำค่ะ ยิ่งมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือดอกซากุระบานยิ่งโรแมนติกทีเดียวค่ะ



ฟูก็พาไปวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) กันต่อเล้ยย!!!

      การเดินทางมายังวัดคินคะคุจินั้นนะคะ ฟูเริ่มจากเดินประมาณ 140 เมตรมายังป้ายรถบัสสถานี Arashiyama แล้วนั่งสาย 93 ไปลงป้าย Nishinokyo Emmachi (JR Emmachi Eki) ค่ะ ประมาณ 22 นาที จากนั้นก็เปลี่ยนมาฝั่งตรงข้ามมานั่งรับบัสสาย 205 ไปลงป้าย Kinkakujimichi ประมาณ 9 นาทีค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที (460 เยน)


เย้ๆ ถึงวัดคินคะคุจิกันแล้ว

    วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือคนไทยเรียกว่าวัดทองค่ะ หรือ วัดพลับพลาทอง เป็นวัดที่สวยงามมากสีองอร่ามตัดกับต้นไม้สวนที่สวยงาม วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วยนะคะ ซึ่งเคยเป็นของโชกุนอาชิคางะ ใครมาที่นี้ต้องไม่พลาดกับการอธิษบานขอพรด้านการเรียนค่ะ ซึ่งที่นี้เค้ามีความเชื่อว่าหากใครมาขอพรด้นการเรียน จะประสบความสำเร็จมากค่ะ เพราะเนื่องจากมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก เราสามารถขอพรได้บริเวณรูปแกะสลักฟูโดะเมียวโอะบริเวณด้านหลังสวนนะคะ

    แวะซื้อตั่วเข้าชมกันดีกว่าค่ะ โดยมีราคาเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 400 เยน และสำหรับเด็ก 300 เยน



 ว้าว? งดงามเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย




ฟูเดินต่อไปยังด้านหลังสวนนะคะ


มาขอพรกันดีกว่าค่ะ 



เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็สามารถมาไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าได้เลยนะคะ


ข้างๆศาลเจ้า 

     เมื่อชมความสวยงามกันแล้ว จุดหมายสุดท้าย คือ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

     การเดินทางไปยังศาลเจ้าฟูชิมิอินารินั้น เริ่มจากนั่งสถานี Kyoto Station  โดยนั่ง JR Nara Line ใช้เวลาเพียง 6 นาที ก็จะถึงสถานี Inari Station ค่ะ ถ้าไม่มีบัตร JR จะเสียค่าเดินทางเพียง 150 เยนค่ะ

-  นี่ไงเรามาถึงกันแล้วค่ะ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีเลยค่ะ



       ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) ซึ่งบางทีคนเรียกกันว่าศาลเจ้าแดงหรือศาลเจ้าจิ้งจอกค่ะ ที่เป็นศาลเจ้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่นิยมมา โดยมีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงข้างศาลเจ้าตลอดทางกว่าหมื่นต้น โดยมีความเชื่อกันว่า ภูเขาอิมาริ เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ โดยเทพเจ้าอินาริจะเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว และพืชผลไร่นา โดยมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 794 โดยเสาโทริอินั้นมาจากเงินบริจาคในการสร้างด้วยความศรัทธาทั้งนั้นค่ะ จุดเด่นของที่นี้คือที่หนึ่งคือ จุดชมวิวตรงทางแยกโยซีซีจิ (Yotsutsuji Intersection) ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองเกียวโตได้อย่างสวยงามทีเดียวค่ะ และหากนักท่องเที่ยวมีเวลาก็สามารถเดินทั่วภูเขาได้นะคะจะใช้เวลากว่า 2-3 ชั่วโมงทีเดียว




ทางเดินไปยังศาลเจ้าฟูชิมิอินาริค่ะ



 เสาโทริอิตลอดแนวเลยค่ะ



 ฟูมาถึงศาลเจ้าจิ้งจอกก็มืดแล้วค่ะ ทำให้เดินสำรวจได้ไม่มาก เพราะที่นี้มืดเร็วมากกก 5 โมงก็มืดแล้ว 

     ตบท้ายนี้ก็ขอเดินแวะกินอาหารแถวศาลเจ้าจิ้งจอกแดงนะคะ อร่อยมากค่ะ





 

Powered by MakeWebEasy.com