บทสวดมนต์กันโรคภัยไข้เจ็บ (โควิด-19)

Last updated: 2020-07-15  |  2557 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บทสวดมนต์กันโรคภัยไข้เจ็บ (โควิด-19)

             

 

 

       ช่วงนี้โควิดระบาด ฟูอยากมาแนะนำ 2 บทสวด เป็นบทสวดมนต์กันโรคภัยไข้เจ็บ
ไว้สำหรับยึดเหนี่ยวทางใจนะคะ แต่อย่างไรก็ตามเราต้องดูแลตัวเอง ป้องกันตัวเองด้วยนะคะ
บทสวดมนต์แรกคือ 
บทสวดสักกัตวา

สักกัตวา พุทธะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง

หิตัง เทวะมะนุสสานัง พุทธะเตเชนะ โสตถินา

นัสสันตุ ปัททะวา สัพเพ ทุกขา วูปะสะเมนตุ เมฯ

สักกัตวา ธัมมะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง

ปิริฬาหูปะสะมะนัง ธัมมะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุ ปัททะวา

สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เมฯ

สักกัตวา สังฆะรัตตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง

อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุ ปัททะวา

สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เมฯ
คำแปล

     เพราะทำความเคารพพระพุทธรัตนะ ซึ่งเป็นประหนึ่งโอสถอันประเสริฐเยี่ยมยอด เกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า ขอให้อันตรายทั้งหลาย ทั้งปวง จงพินาศไปสิ้น ขอให้ทุกข์ทั้งหลายของท่าน จงสงบไปโดยดี เพราะทำความเคารพพระธรรมรัตนะ ซึ่งเป็นประหนึ่งโอสถอันประเสริฐเยี่ยมยอด เกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยเดชแห่งพระธรรม ขอให้อันตรายทั้งหลายทั้งปวง จงพินาศไปสิ้น ขอให้ทุกข์ทั้งหลายของท่าน จงสงบไปโดยดี
        ซึ่งมีความเชื่อว่า พระคาถาบทนี้ เป็นพระคาถาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานให้เทพบุตรอุณหิสวิชัย ได้ท่องพระคาถานี้ จึงด้มีอายุอยู่ในสวรรค์ต่อไปอีก และผู้ใดหมั่นสวดพระคาถานี้ จะระงับโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งอายุก็จะยืนยาว ใช้เสกยากินแก้โรคก็ได้ และถ้าหากผู้ใดสวดเจริญอยู่เป็นนิจ นอกจากจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บรบกวนแล้ว ยังแคล้วคลาดจากภัยต่างๆ เช่น ราชภัย โจรภัย อีกด้วย
 
ส่วนอีกบทสวดมนต์หนึ่ง คือ รตนสูตร

     ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ
     ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข
     สัพเพ วะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ
     อะโถปิ สักกัจจะ สุณันตุ ภาสิตัง
     ตัสมา หิ ภูตา นิสาเมถะ สัพเพ
     เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ
     ทิวา จะ รัตโต จะ หะรันติ เย พะลิง
     ตัสมา หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตา ฯ
          ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา
     สัคเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตัง
     นะ โน สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ
     อิทัมปิ พุเธ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ขะยัง วิราคัง อะมะตัง ปะณีตัง
     ยะทัชฌะคา สักยะมุนี สะมาหิโต
     นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ
     อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณณะยี สุจิง
     สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ
     สะมาธินา เตนะ สะโม นะ วิชชะติ
     อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัฏฐา
    จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ
     เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา
     เอเตสุ ทินนานิ มะหัปผะลานิ
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ ฯ
          เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ 
     นิกกามิโน โคตะมะสาสะนัมหิ
     เต ปัตติปัตตา อะมะตัง วิคัยหะ
     ลัทธา มุธา นิพพุติง ภุญชะมานา
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ยะถินทะขีโล ปะฐะวิง สิโต สิยา
     จะตุพภิ วาเตภิ อะสัมปะกัมปิโย
     ตะถูปะมัง สัปปุริสัง วะทามิ
     โย อะริยะสัจจานิ อะเวจจะ ปัสสะติ
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          เย อะริยะสัจจานิ วิภาวะยันติ
     คัมภีระปัญเญนะ สุเทสิตานิ
     กิญจาปิ เต โหนติ ภุสัปปะมัตตา
     นะ เต ภะวัง อัฏฐะมะมาทิยันติ
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          สะหาวัสสะ ทัสสะนะสัมปะทายะ
     ตยัสสุ ธัมมา ชะหิตา ภะวันติ
     สักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉิตัญจะ
     สีลัพพะตัง วาปิ ยะทัตถิ กิญจิ
     จะตูหะปาเยหิ จะ วิปปะมุตโต
     ฉะ จาภิฐานานิ อะภัพโพ กาตุง
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          กิญจาปิ โส กัมมัง กะโรติ ปาปะกัง
     กาเยนะ วาจายุทะ เจตะสา วา
     อะภัพโพ โส ตัสสะ ปะฏิจฉะทายะ
     อะภัพพะตา ทิฏฐะปะทัสสะ วุตตา
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          วะนัปปะคุมเพ ยะถา ผุสสิตัคเค
     คิมหานะมาเส ปะฐะมัสมิง คิมเห
     ตะถูปะมัง  ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ
     นิพพานะคามิง ปะระมัง หิตายะ
     อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง  ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร 
     อะนุตตะโร ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ 
     อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง  ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง
     วิรัตตะจิตตายะติเก ภะวัสมิง
     เต ขีณะพีชา อะวิรุฬหิฉันทา
     นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป
     อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
     เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ยานีนะ ภูตานิ สะมาคะตานิ
     ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข
     ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง
     พุทธัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ยานีนะ ภูตานิ สะมาคะตานิ
     ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข
     ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง
     ธัมมัง นะมัสสามะ   สุวัตถิ โหตุ ฯ
          ยานีนะ ภูตานิ สะมาคะตานิ
     ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข
     ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง
     สังฆัง นะมัสสามะ   สุวัตถิ โหตุ ฯ
 
คำแปล รตนสูตร
   หมู่ภูตประจำถิ่นเหล่าใด ประชุมกันแล้วในนครนี้ก็ดี เหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี ขอหมู่ภูตทั้งปวงจงเป็นผู้ดีใจและจงฟังภาษิตโดยเคารพ เพราะเหตุนั้นแล ท่านภูตทั้งปวงจงตั้งใจฟัง กระทำไมตรีจิต ในหมู่มนุษยชาติ ประชุมชนมนุษย์เหล่าใด ย่อมสังเวยทั้งกลางวันกลางคืน เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่ประมาท รักษาหมู่มนุษย์เหล่านั้น
    ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ อันใดอันหนึ่ง ในโลกนี้หรือโลกอื่น หรือรัตนะอันใด อันประณีตในสวรรค์ รัตนะอันนั้นเสมอด้วยพระตถาคตเจ้าไม่มีเลย แม้อันนี้ เป็นรัตนะ อันประณีตในพระพุทธเจ้า ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
      พระศากยมุนีเจ้า มีพระหฤทัยดำรงมั่น ได้บรรลุธรรมอันใดเป็นที่สิ้นกิเลส เป็นที่สิ้นราคะ เป็นอมฤตธรรมอันประณีต สิ่งไรๆ เสมอด้วยพระธรรมนั้นย่อมไม่มี แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ทรงสรรเสริญแล้วซึ่งสมาธิอันใด ว่าเป็นธรรมอันสะอาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวซึ่งสมาธิอันใด ว่าให้ผลโดยลำดับ สมาธิอื่นเสมอด้วยสมาธินั้นย่อมไม่มี แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระธรรม ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
    บุคคลเหล่าใด ๘ จำพวก ๔ คู่ อันสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว บุคคลเหล่านั้นเป็นสาวกของพระสุคต ควรแก่ทักษิณาทาน ทานทั้งหลาย อันบุคคลถวายในท่านเหล่านั้น ย่อมมีผลมาก แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
   พระอริยบุคคลทั้งหลายเหล่าใด ในศาสนาพระโคดมเจ้า ประกอบดีแล้ว มีใจมั่นคง มีความใคร่ ออกไปแล้ว พระอริยบุคคลทั้งหลายเหล่านั้น ถึงพระอรหัตผลที่ควรถึงหยั่งเข้าสู่พระนิพพาน ได้ซึ่งความดับกิเลส โดยเปล่าๆ แล้วเสวยผลอยู่ แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
    เสาเขื่อนที่ลงดินแล้ว ไม่หวั่นไหวด้วยพายุ ๘ ทิศ ฉันใด ผู้ใด เล็งเห็นอริยสัจทั้งหลาย เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นสัตบุรุษผู้ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม อุปมาฉันนั้น แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
     พระโสดาบันจำพวกใด กระทำให้แจ้งอยู่ ซึ่งอริยสัจทั้งหลายอันพระศาสดาผู้มีปัญญาอันลึกซึ้งแสดงดีแล้ว พระโสดาบันจำพวกนั้น ยังเป็นผู้ประมาทก็ดี ถึงกระนั้น ท่านย่อมไม่ถือเอาภพที่ ๘ (คือเกิดอีกอย่างมาก ๗ ชาติ) แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
   สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส อันใดอันหนึ่งยังมีอยู่ ธรรมเหล่านั้น อันพระโสดาบัน ละได้แล้ว พร้อมด้วยทัสสนะสมบัติ (คือโสดาปัตติมรรค) ทีเดียว อนึ่งพระโสดาบันเป็นผู้พ้นแล้ว จากอบายทั้ง ๔ ไม่อาจเพื่อจะกระทำอภิฐานทั้ง ๖ (คืออนันตริยกรรม ๕ และการเข้ารีต) แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
      พระโสดาบันนั้น ยังกระทำบาปกรรม ด้วยกายหรือวาจาหรือใจได้บ้าง (เพราะความพลั้งพลาด) ถึงกระนั้นท่านไม่ควรเพื่อจะปกปิดบาปกรรมอันนั้น ความเป็นผู้มีทางพระนิพพาน อันเห็นแล้ว ไม่ควรปกปิดบาปกรรมนั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พุ่มไม้ในป่า มียอดอันบานแล้ว ในเดือนต้นคิมหะแห่งคิมหฤดูฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมให้ถึงพระนิพพาน เพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย มีอุปมาฉันนั้น แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
   พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐทรงทราบธรรมอันประเสริฐ ทรงประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ ไม่มีผู้ยิ่งไปกว่า
ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ พุทธรัตนะแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้
     กรรมเก่าของพระอริยบุคคลเหล่าใดสิ้นแล้ว กรรมสมภพใหม่ย่อมไม่มี พระอริยบุคคลเหล่าใด มีจิตอันหน่ายแล้วในภพต่อไป พระอริยบุคคลเหล่านั้น มีพืชสิ้นไปแล้ว มีความพอใจงอกไม่ได้แล้ว เป็นผู้มีปัญญา ย่อมปรินิพพานเหมือนประทีปอันดับไป ฉะนั้น แม้อันนี้ เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
    ภูตประจำถิ่นเหล่าใด ประชุมกันแล้วในพระนครก็ดี เหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี เราทั้งหลาย จงนมัสการพระพุทธเจ้าผู้มาแล้วอย่างนั้น ผู้อันเทพดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมี
    ภูตประจำถิ่นเหล่าใด ประชุมกันแล้วในพระนครนี้ก็ดี เหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี เราทั้งหลาย จงนมัสการพระธรรมอันมาแล้วอย่างนั้น อันเทพดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมี
    ภูตประจำถิ่นเหล่าใด ประชุมกันแล้วในพระนครนี้ก็ดี เหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี เราทั้งหลาย จงนมัสการพระสงฆ์ผู้มาแล้วอย่างนั้น ผู้อันเทพดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมี.

Powered by MakeWebEasy.com